สตอที่สะเมิง แวะเชียงใหม่ชวนหมีแพนด้าไปเก็บสตอเบอรี่กันเถอะ
สตอที่สะเมิง แวะเชียงใหม่ชวนหมีแพนด้าไปเก็บสตอเบอรี่กันเถอะ
ได้ยินคำร่ำลือถึงสตอเบอรี่ที่สะเมิงมานาน คราวนี้จะได้เจอของจริงสมใจเสียที การเดินทางของพวกเราในครั้งนี้เริ่มต้นกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ น่าเสียดายจริงๆ ที่ไม่สามารถบินไฟล์ทเช้าได้ เพราะด้วยความที่ว่าจะจองที่นั่ง 0 บาท ของแอร์เอเชียให้ได้ เลยทำให้ที่นั่งราคาถูกในรอบเช้าโดนจองไปหมดแล้ว จะเอาของถูกก็แบบนี้แหละ ต้องแย่งกันหน่อย พวกเราเลยได้ออกจากกรุงเทพฯ กันตอน 13.00 น.
14.30 น. หลังจากที่เครื่องลงที่สนามบินเชียงใหม่ รับกระเป๋าและรับรถเป็นที่เรียบร้อย อย่างแรกที่พวกเราทำก็คือ ถอดเสื้อหนาวออก อากาศที่เชียงใหม่ร้อนเหมือนกรุงเทพฯ ไม่มีผิด เสื้อหนาวที่อุตส่าห์เตรียมมา ก็เลยถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าตลอดทริปนี้ เรารีบออกเดินทางไปยังที่พักของเราในครั้งนี้เพื่อเช็คอินและเก็บสัมภาระ ที่พักอยู่ไม่ห่างจากสนามบินมาก ไม่นานเราก็มาถึง โรงแรม แคนทารี่ ฮิลล์ เชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ หลังจากรอเช็คอินได้สักพัก เจ้าหน้าที่แจ้งว่าห้องพักยังไม่เรียบร้อย พวกเราเสียเวลากับการเดินทางมามากแล้ว ก็เลยฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อบบี้ให้เจ้าหน้าที่จัดการให้ และเราก็ออกจากโรงแรมเพื่อไปยังงานพืชสวนโลก จุดหมายแรกของเราในทริปนี้
หอคำหลวง งานพืชสวนโลก เชียงใหม่
ด้วยเวลาที่มีอันน้อยนิด พวกเราจึงเลือกที่จะใช้บริการรถราง แทนที่จะเดินกัน เพราะถ้าเดินให้รอบงานพืชสวนโลก คงต้องใช้เวลากันทั้งวัน รถรางพาพวกเราเข้าไปด้านในงาน ซึ่งจะมีสถานีตามจุดสำคัญต่างๆ พวกเราก็แวะกันทุกสถานี ตอนแรกตั้งใจว่าจะแวะให้น้อยที่สุด แต่จะไปอดใจไหวได้อย่างไร ในเมื่อแต่ละจุดมันน่าลงไปถ่ายรูปทั้งนั้น จนมาถึงจุดที่เป็นสวนประเทศต่างๆ ซึ่งแต่ละประเทศมีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้กัน พวกเราเดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ จนถึงหอคำหลวงจุดที่เป็นไฮไลท์ของงาน พวกเราใช้เวลาที่จุดนี้นานพอสมควร เพราะมีอะไรที่น่าสนใจอยู่มาก จากหอคำหลวงพวกเราก็ใช้บริการรถรางกันอีกครั้ง ซึ่งจากตรงนี้เราได้แต่นั่งมองจุดต่างๆ อยู่บนรถจนถึงทางออก เวลา 2 ชั่วโมงที่อยู่ในงานพืชสวนโลกนั้นเหมือนจะมีมาก แต่ถ้าจะเจาะลึกกันจริงๆ คงต้องใช้เวลากันเป็นวันๆ
 
ดอกไม้ งานพืชสวนโลก เชียงใหม่
งานพืชสวนโลก เชียงใหม่
ร้านผาลาดตะวันรอน เชียงใหม่
พวกเรากลับมาถึงโรงแรมกันประมาณ 2 ทุ่ม เจ้าหน้าที่จัดแจงสัมภาระเข้าห้องเรียบร้อย แต่ค่ำคืนนี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ครับ เราออกจากโรงแรมเพื่อไปเดินเล่นกันที่ถนนคนเดินประตูท่าแพ หน้าโรงแรมมีรถสามล้อจอดอยู่พอดี ก็เลยมาถึงถนนคนเดินกันอย่างสะดวก ถนนคนเดินประตูท่าแพจะมีเฉพาะวันอาทิตย์ เป็นแหล่งเดินช๊อปปิ้ง ท่องเที่ยว ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถนนคนเดินเชียงใหม่จะมี 2 ที่ วันเสาร์จะจัดที่ถนนวัวลาย ส่วนวันอาทิตย์จะเป็นที่ถนนท่าแพ ใครจะมาก็เช็ควันกันให้ดีๆ นะครับ พอเริ่มเดินเข้ามาก็จะเจอของขายมากมาย แต่ที่ผมรู้สึกว่าจะมีมากกว่าของก็คืนคนเดินนี่แหละครับ คนเยอะมากจนบางจุดไม่สามารถหยุดดูของได้ เดินกันไปเรื่อยๆ จนสุดถนน ก็ต้องขอตัวกลับไปพักผ่อนกันก่อน ในวันพรุ่งนี้คือเป้าหมายในการมาเชียงใหม่ของพวกเราในครั้งนี้
 
พวกเราออกจากงานพืชสวนโลกมุ่งหน้าไปร้านผาลาดตะวันรอนเพื่อทานอาหารค่ำและชมบรรยากาศของเมืองเชียงใหม่ในยามค่ำคืน ตอนนี้ท้องก็เริ่มหิวมากแล้ว แต่เจ้า GPS ก็มาพาหลงซะอีก พอไปถึงที่ร้านก็พอจะเข้าใจอยู่ว่าทำไม GPS ถึงพาหลง ก็ทางเข้าร้านมันเหมือนกับทางเข้าป่าเสียยิ่งกระไร มาถึงพวกเราเลือกที่นั่งด้านนอกเพราะอยากจะรับบรรยากาศให้เต็มที่ แต่สงสัยว่าจะคิดผิด เพราะอากาศตอนกลางคืนที่ร้านมันหนาวจริงๆ อาหารถูกเรียงรายขึ้นมาบนโต๊ะ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ, ไก่บ้านทอดเกลือ, ผัดผักรวมมิตร, ทอดมันกุ้ง, ข้าวผัดปู แต่ละอย่างหมดไปอย่างรวดเร็ว ร้านผาลาดตะวันรอน วิวสวย ถึงสวยมากในช่วงเย็น อาหารรสชาติดี แต่เสียอยู่อย่างเดียว ผมว่าอาหารแพงไปหน่อย ถ้าใครอยากกินอาหารแบบบรรยากาศดีๆ และไม่ติดเรื่องราคา แนะนำที่นี่ได้เลยครับ
ถนนคนเดินประตูท่าแพ เชียงใหม่
หมีแพนด้า หลินปิง หลินฮุ้ย ช่วงช่วง สวนสัตว์เชียงใหม่
เช้าวันที่สอง วันนี้เราต้องรีบออกกันแต่เช้า เพราะมีโปรแกรมหลายที่แถมแต่ละที่ก็ห่างกันค่อนข้างมาก หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จก็ออกจากโรงแรม จุดหมายแรกอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ภายในสวนสัตว์มีพื้นที่กว้างขวางหากจะเดินก็คงจะต้องเดินกันทั้งวัน เราจึงต้องใช้วิธีเดิมๆ ก็คือนั่งรถรางกันอีกแล้ว จุดหมายหลักในการมาสวนสัตว์ของเราในครั้งนี้อยู่ที่เจ้าแพนด้าน้อย นี่ขนาดเลือกมาวันธรรมดายังต้องรอคิวเพื่อเข้าชมแพนด้ากันนานพอควร ทางสวนสัตว์จัดให้มีเวลาในการเข้าชมเจ้าแพนด้าน้อย “หลินปิง” เป็นบางช่วงซึ่งในแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน ก่อนจะมาควรเช็คเวลากันให้ดี ไม่งั้นจะอดดูกันได้ พอได้เข้าไปเห็นเจ้าแพนด้าน้อย เราถึงได้รู้ว่าทำไมคนถึงมานั่งรอดูกันอย่างล้นหลาม ก็เจ้าหลินปิงมันน่ารัก น่ากอดจริงๆ ดูได้สักพักเจ้าแพนด้าน้อยมันคงจะเบื่อที่มีคนมาดูมันเยอะ มันก็เลยหลับคาต้นไม้ซะเลย ตั้งใจว่าจะมาชวนไปเก็บสตอเบอรี่เสียหน่อย แบบนี้คงต้องปล่อยให้นอนอยู่อย่างนั้นแหละ
เราออกจากบ้านหลินปิง เพื่อมารอดูเจ้าแพนด้าตัวใหญ่บ้าง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เปิดให้เข้าไปชม รอบๆ บ้านแพนด้ามีสัตว์อื่นที่น่าสนใจอีกหลายตัว แต่ดูเหมือนจะโดนเจ้าแพนด้าดึงดูดความสนใจไปเสียหมด บ้านเสือ บ้านสิงโต จึงร้างผู้คน หลังจากดูความน่ารักของแพนด้ากันแล้ว ก็ได้เวลาที่ต้องออกจากสวนสัตว์กันแล้ว จุดหมายต่อไปยังอีกยาวไกล
 จุดชมวิวทิวทัศน์ป่าสะเมิง   รถแล่นออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่การตามล่าหาสตอเบอรี่กันที่ อ.สะเมิง ผ่านอ.แม่ริม มาได้ไม่ไกล เส้นทางจากที่วิ่งสบายๆ ในเมือง ก็กลายเป็นเส้นทางลัดเลาะไปตามภูเขา เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางที่ขับรถสนุกมาก ถนนดี โค้งเยอะ วิวสวย ยิ่งใกล้สะเมิง ผู้ร่วมทางที่นั่งไปด้วยก็ยิ่งเงียบเสียงลง ไม่ใช่เงียบเพราะง่วงนอนนะครับ แต่เพราะนั่งเกร็งกันจนพูดไม่ออก สำหรับผมที่เคยชินกับเส้นทางภูเขา ขอบอกได้คำเดียวว่า มันส์สะใจ จริงๆ
  มาถึงจุดชมวิวทิวทัศน์ป่าสะเมิง จอดพักรถลงไปชมวิวกันเสียหน่อย ผืนป่ายังดูสมบูรณ์อยู่มาก ถึงแม้ว่าจะน้อยกว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนก็ตาม อากาศตรงจุดชมวิวนั้นสดชื่นมาก เมื่อเทียบกับในเมือง ทำให้เกิดความรู้สึกอยากย้ายบ้านมาอยู่ในป่าอีกแล้ว หวังว่าการมาครั้งต่อไปของผม จะยังคงเห็นป่าอันอุดมสมบูรณ์แบบนี้อีก
   
ไร่สตอเบอรี่ ไร่นภ-ภูผา อำเภอสะเมิง เชียงใหม่  
หลังจากข้ามเขามาหลายลูก เราก็มาถึงจุดหมายกันเสียที ไร่นภ-ภูผา เป็นไร่สตอเบอรี่ที่ถึงเป็นที่แรก อยู่ก่อนถึง อ.สะเมิง 3 กิโลเมตร หากเป็นไร่สตอเบอรี่อื่น ก็จะอยู่เลยจาก อ.สะเมิง ไปอีกค่อนข้างไกล ด้วยความที่เป็นไร่แรก เดินทางสะดวก ทำให้สตอเบอรี่ในไร่นภ-ภูผา หมดก่อนไร่อื่นๆ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ อ.สะเมิง จะมีการจัดงานสตอเบอรี่ หากใครสนใจเที่ยวไร่สตอเบอรี่ก็สามารถมาเที่ยวชมหรือเลือกซื้อสตอเบอรี่สดจากไร่ได้
ไร่ส้ม ไร่สตอเบอรี่ ไร่นภ-ภูผา อำเภอสะเมิง เชียงใหม่
ก่อนที่เราจะไปเป็นชาวไร่สตอเบอรี่ เราต้องเติมพลังกันซะก่อน มาถึงไร่นภ-ภูผาจะพลาดไม่ได้เลยกับเมนูสตอเบอรี่ต่างๆ โดยเฉพาะ ข้าวผัดสตอเบอรี่, ยำสตอเบอรี่, สตอเบอรี่ปั่น อร่อยแถมราคาไม่แพง เมื่ออิ่มกันแล้วเราก็ไปเก็บสตอเบอรี่ในไร่กันได้เลย ที่นี่จะเก็บค่าเข้าไร่เป็นรายคน สตอเบอรี่ที่ตัดออกมาต้องนำมาชั่งกิโลก่อนออกจากไร่ ตัดสตอเบอรี่ซะจนเกือบจะหมดไร่แล้ว ไปเดินดูไร่ส้มกันต่อดีกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นส้มบนต้น ตอนแรกก็แปลกใจอยู่ว่าทำไมมันดำเหมือนส้มเน่าทุกลูกเลย แต่พอได้ลองแกะชิมดู เนื้อในสวยงาม และหวานอร่อยมาก ส้มสามารถเด็ดกินจากต้นได้เลย ที่ไร่นภ-ภูผานี้ยังมีรถ ATV ให้เช่าขี่ชมไร่ด้วย และหากใครที่อยากสัมผัสถึงธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่นี่มีบริการบ้านพักอยู่ติดกับไร่สตอเบอรี่ไว้คอยต้อนรับ
พวกเราใช้เวลาอยู่ที่ไร่สตอเบอรี่กันนานเกินกว่าที่คาดไว้ ตอนนี้ได้เวลาที่เราต้องออกเดินทางต่อ เพื่อไปยังจุดหมายต่อไป เราใช้เส้นทาง สะเมิง-หางดง ทางช่วงนี้ไม่ค่อยโหดเท่ากับทางเมื่อช่วงเช้า ขับรถสบายๆ ก็มาถึง กฤษดาดอย รีสอร์ท ซึ่งสามารถเข้าไปเที่ยวชมสวนดอกไม้ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องพักรีสอร์ท บ้านพัก ดอกไม้ บรรยากาศภายในถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่นานมาก ก็ต้องรีบออกเดินทางต่อเพื่อกลับเข้าเมืองเชียงใหม่
กฤษดาดอย เชียงใหม่
วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว พอกลับมาถึงที่พักก็เลยต้องขอพักกันสักหน่อย จากนั้นเราก็ออกไปหาอาหารเย็นกินกัน แต่ก่อนที่จะไปกินข้าวกัน เราก็ไปแวะกินไอศครีมกันก่อนที่ร้าน I Berry ของ คุณโน๊ต อุดม ไอศครีมก็เหมือนอย่างในกรุงเทพฯ นี่แหละครับ แต่ที่น่าสนใจก็เป็นที่การตกแต่งร้านตามสไตร์ของคุณโน๊ตเค้า
อาหารค่ำในมื้อนี้ เราฝากท้องกันไว้ที่ร้านอุ่นไอรัก จังหวะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะวันนี้มีคนจองโต๊ะกันจนเต็มร้าน เพื่อมาฉลองรับปริญญากัน พวกเราเกือบจะเปลี่ยนร้านกันแล้ว แต่สุดท้ายที่ร้านก็หาที่แทรกให้จนได้
  ร้าน I Berry, ไมโลดิบ เชียงใหม่
พวกเราเห็นว่าคนเต็มร้านแถมบนโต๊ะก็ยังว่างอยู่ เราเลยสั่งกันแบบง่ายๆ เพื่อให้รวดเร็วและจะได้รีบออกจากร้าน อาหารรสชาติใช้ได้ เพียงแต่ว่ากินแล้วไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่เพราะตอนนี้ภายในร้านดูวุ่นวายกันพอดู ไว้ครั้งหน้าจะหาโอกาสไปกินใหม่ คืนนี้กลับที่พัก ไม่ออกไปเดินที่ไหน เก็บแรงไว้สำหรับโปรแกรมในวันพรุ่งนี้
เช้าวันที่สาม เราเริ่มต้นกันที่อาหารเช้าของโรงแรมอีกเช่นเคย วันนี้โปรแกรมเที่ยวไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก จึงทำให้มีเวลานั่งกินกันได้อย่างเต็มที่ จากนั้นเราก็ออกไปซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านกันที่ ตลาดวโรรส หรือ กาดหลวง ของฝากก็หนีไม่พ้น แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม กาละแม หมูยอ ขนกันซะจนน่ากลัวว่าจะชั่งน้ำหนักขึ้นเครื่องบินผ่านกันไหม ช๊อปกันซะจนกระเป๋าแห้ง ก็ต้องกลับโรงแรมเก็บข้าวของเพื่อออกเดินทางกันต่อ    
 ร้านหมูปิ้งคุณพ่อ เชียงใหม่
ออกจากโรงแรมยังไปไม่ทันถึงไหนเลย ก็มาสะดุดอยู่ที่ร้านหมูปิ้งคุณพ่อ เห็นแล้วน่าลองก็เลยลองไปหลายไม้ ข้าวเหนียวของที่ร้านใช้เป็นข้าวเหนียวดำ กินกับหมูห่อด้วยใบตอง หอมอร่อยนุ่มลิ้นดีจริงๆ จอดกินหมูปิ้งกันไปหลายไม้ ออกรถมาได้ไม่กี่เมตรก็ต้องหยุดอีกแล้ว คราวนี้เป็นร้านไมโลดิบ ดี.มิลค์ ที่เมื่อวันแรกเห็นมีขายอยู่ข้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กันหลายร้าน เลยต้องขอลองดูสักหน่อยว่าเป็นอย่างไร แค่ได้เห็นเมนูในร้านก็สั่งกันไม่ถูกแล้วครับ น่าจะมีมากกว่าร้อยเมนูได้ ดูกันจนตาลาย ก็เลยเลือกๆ เอามาลองสัก 3 อย่าง ก็ดูเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี  
 
 พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวเขา หมู่บ้านม้งดอยปุย เชียงใหม่
  เกือบเที่ยงแล้วยังออกไม่พ้นตัวเมืองเลย ต้องเร่งกันสักหน่อยแล้ว คราวนี้เห็นอะไรก็ไม่แวะแล้วครับ เดี๋ยวเที่ยวแล้วจะกลับมาไม่ทันเครื่องบิน เรามุ่งหน้าขึ้นดอยสุเทพกัน ถ้ามาเชียงใหม่แล้วไม่ขึ้นดอยสุเทพเดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่ เราไปกันที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์กันก่อน แต่ว่าเรามาไม่ทันเข้าชมในรอบเช้า ต้องรอรอบบ่ายจึงจะเปิดให้เข้าอีกครั้ง เลยต้องเปลี่ยนแผนขึ้นไปเที่ยวดอยปุยกันก่อน ซึ่งตอนแรกคาดว่าจะไม่ขึ้นไปเพราะกลัวว่าเวลาจะไม่พอ ติดต่อรถสองแถวเพื่อขึ้นไปบนดอยปุยเป็นที่เรียบร้อย ก็ขึ้นรถกันเลย ถนนขึ้นดอยปุยค่อนข้างแคบ บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ ใช้บริการรถสองแถวผมว่าสะดวกที่สุดแล้วครับ
  ผมไปถึงหมู่บ้านม้งดอยปุย ที่นี่มีของให้เลือกซื้อมากมาย เดินขึ้นไปด้านบนหมู่บ้าน ก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวเขา พอสาวๆ เห็นชุดชาวเขาที่มีร้านให้เช่า ก็รีบจัดแจงไปลองเป็นชาวเขาดูสักครั้ง ชุดชาวเขาผู้หญิงนี่ดูดีกว่าชุดผู้ชายเยอะเลย เดินเล่นถ่ายรูปกันจนรอบหมู่บ้าน ก็ได้เวลาที่ต้องเปลี่ยนตัวเองกลับมาเป็นคนเมือง แล้วลงจากดอยกลับสู่เมืองที่วุ่นวายด้านล่าง
  กลับลงมาแวะเข้าชมพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ตอนนี้เปิดให้เข้าได้แล้ว การเข้าชมจะต้องรักษากฏระเบียบของสถานที่อย่างเคร่งครัด หากใครแต่งตัวไม่เหมาะสมมาก็จะมีบริการให้เช่า เสื้อ, กางเกง, ผ้าถุง เพื่อใส่เข้าไปภายในพระตำหนัก ภายในพระตำหนักถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้นานาชนิด ด้วยเวลาที่มีจำกัดทำให้เราไม่สามารถเดินเข้าไปชมได้ครบทุกจุด เราออกจากพระตำหนักลงมาแวะสักการะพระธาตุดอยสุเทพ เราใช้บริการรถรางทั้งขาขึ้นและลงเพื่อให้ประหยัดเวลา ผมขอบอกเลยครับว่าถ้าผมมีเวลาผมจะไม่ขึ้นรถรางเด็ดขาด รถรางที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ภายในอึดอัดมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในลิฟท์ที่มีคนแน่นๆ มากกว่า ถ้าใครมีเวลาและกำลังมากพอ ผมว่าเดินขึ้นบันไดดีกว่าครับ ถึงแม้ว่าพระธาตุดอยสุเทพในวันนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการบูรณะแต่ก็ยังคงความงดงามอยู่ครับ
เราลงจากดอยสุเทพและไปแวะทานอาหารมื้อสุดท้ายสำหรับทริปนี้กันที่ร้านอาหารกาแล ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ภาคเหนือ ภายในร้านตกแต่งด้วยดอกไม้อย่างงดงาม บรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำก็สวยงามไม่แพ้ดอกไม้ ออเดิร์ฟน้ำพริกหนุ่ม, ปลาทับทิมทอดสมุนไพร, ต้มยำกุ้ง, เห็ดหอมผัดน้ำมันหอย ถูกเรียงรายกันขึ้นมา นอกจากบรรยากาศที่น่านั่งแล้วอาหารของที่นี่ยังอร่อยและราคาไม่แพงเลย
ได้เวลาที่เราต้องบอกลาเมืองเชียงใหม่กันแล้ว การเดินทางในครั้งนี้ของผม นอกจากการที่ผมจะได้รับความสุขสนุกสนานแล้ว ผมยังหวังอีกว่าผู้ที่ได้ผ่านเข้ามาเยี่ยมชมจะได้รับความสุขกลับออกไปด้วย
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์, วัดพระธาตุดอยสุเทพ, ร้านกาแล เชียงใหม่

พิกัด GPS จาก SpeedNavi

  1. โรงแรม แคนทารี่ ฮิลล์ เชียงใหม่ ละติจูด 18° 47' 45.16" ลองติจูด 98° 57' 51.17"
  2. งานพืชสวนโลก ละติจูด 18° 44' 54.55" ลองติจูด 98° 55' 23.49"
  3. สวนสัตว์เชียงใหม่ ละติจูด 18° 48' 25.72" ลองติจูด 98° 56' 41.66"
  4. ไร่นภ-ภูผา ละติจูด 18° 51' 16.40" ลองติจูด 98° 45' 08.71"
  5. กฤษดาดอย รีสอร์ท ละติจูด 18° 46' 17.39" ลองติจูด 98° 51' 38.20"
  6. พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ละติจูด 18° 48' 18.71" ลองติจูด 98° 53' 52.82"
  7. วัดพระธาตุดอยสุเทพ ละติจูด 18° 48' 17.38" ลองติจูด 98° 55' 17.13"
  8. ร้านกาแล ละติจูด 18° 47' 36.38" ลองติจูด 98° 56' 43.68"
  คลิกดูแผนที่ Google

เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง